แชร์ประสบการณ์แลกเปลี่ยนที่ประเทศสหรัฐอเมริกา

Posted on 29. May, 2018 by in LCA News, นักเรียนแลกเปลี่ยนอเมริกา, ศึกษาต่ออเมริกา

โดย กัญญาวีร์ จิตตาศิรินุวัตร

ถ้าพูดถึงการไปแลกเปลี่ยนต่างประเทศ สหรัฐอเมริกาก็คงจะเป็นหนึ่งในประเทศฮอตฮิตของเด็กไทยเลยใช่มั้ยคะ
หลายคนคงจะมีคำถามที่ต้องคิดและกังวลก่อนที่จะตัดสินใจไป ไปอยู่ที่นู้นแล้วจะมีเพื่อนมั้ย สังคมเป็นยังไง โรงเรียน โฮสแฟมิลี่เป็นยังไง วันนี้เราจะมาเล่าประสบการณ์ของเราให้ฟังกัน

ขอแนะนำตัวก่อนนิดนึง เราชื่อเอิร์นนะคะ อายุ 16 ปี หรืออยู่ม.5 มาแลกเปลี่ยนกับโครงการ YFU รุ่น20 อยู่ Santa Monica รัฐ California ค่ะ

เริ่มตั้งแต่ตอนที่เราจะบินมาที่อเมริกา เอาจริงๆคือตอนนั้นไม่อยากมาเลย แบบไม่ชอบไปไหนห่างครอบครัว เอาง่ายๆก็เป็นคนติดครอบครัวนั่นแหละ ไฟลท์ที่มาเราบิน 25 สิงหา 2560 บินจากสุวรรณภูมิไปต่อเครื่องที่นาริตะแล้วก็ต่อชิคาโก้แล้วบินไปแอลเออีกที คือเราไปแบบเป็นกรุ้ป ก็เลยต้องบินไปชิคาโก้ก่อน แล้วบินย้อนกลับมา พอมาถึงสนามบิน โฮสเราก็ไปรอรับตรงโซนรับกระเป๋า ละเค้าก็ขับพามาบ้าน แล้วก็พาดูบ้านว่าอะไรอยยู่ตรงไหน ห้องน้ำอยู่ไหน ห้องนอนอยู่ไหนอะไรประมาณนี้ วันแรกจะไม่มีอะไรมากเพราะเรามาถึงก็เริ่มดึกแล้ว เค้าเลยให้เราไปพักผ่อน เราใช้เวลาเดินทางจากไทยมาถึงอเมริกาประมาณ 30 ชั่วโมงเหนื่อยและเจ็ตแลคมากบอกเลย กว่าจะปรับตัวได้ก็ประมาณอาทิตย์เกือบ2อาทิตย์ ช่วงแรกๆก็จะแบบหลับตอนบ่ายบ้าง นอนไม่หลับบ้าง บางทีก็นอนเวลาปกติแต่ตื่นมาตีสองตีสามอะไรงี้ ก็ใช้เวลาปรับนิดนึง

ครอบครัวโฮสเรามี 4 คน พ่อ แม่ ละก็ลูกสาว 2 คน อายุ 1 ขวบกับ 3 ขวบ โฮสเราจะไม่ค่อยมีเวลาให้เราเท่าไหร่ เหมือนด้วยความที่ลูกโฮสยังเล็กด้วยแหละ เราเลยแทบไม่ได้ออกไปไหนกับโฮสเลย นอกจากช่วงแรกๆที่ออกไปซื้อของไรงี้ หลังจากนั้นคือเราแทบไม่ได้นั่งรถโฮสเลย5555 ส่วนมากเราก็จะใช้ชีวิตอยู่กับดับเบิ้ล หรือ double placement นั่นแหละ เป็นคนจีน อายุเท่าเราโรงเรียนเดียวกับเราด้วย เราก็เลยไม่ห่วงเรื่องจะไม่มีเพื่อนที่โรงเรียน เรากับเพื่อนจีนแชร์ห้องกันค่ะ ก็แบ่งโซนกันเลยในห้อง ฝั่งนี้ของเพื่อน ฝั่งนี้ของเราอะไรแบบนี้ เวลาเราจะออกไปไหนส่วนใหญ่เราก็จะไปกับเมทนี่แหละ

กฎของที่บ้านก็เป็นกฎทั่วๆไปแบบมารยาทในการอยู่ร่วมกันอะไรประมาณนี้ เพิ่มเติมก็จะมีพวกเรื่องซักผ้าเรื่องใช้ห้องน้ำ เราซักผ้าได้อาทิตย์ละครั้ง อันนี้ก็ปกตินะ แล้วก็อาบน้ำได้วันละครั้ง ใช้ห้องน้ำไม่เกิน 10 นาที แล้วก็อาบได้แค่ตอนเย็นหรือตอนกลับจากโรงเรียน ตอนแรกก็แปลกๆเพราะอยู่ไทยนี่อาบเช้าเย็น แต่อยู่ไปอยู่มาก็ชินนะ ประหยัดเวลาช่วงเช้าด้วย ตื่นสายได้55555 แล้วก็มีห้ามกินบนห้อง อันนี้เราทำไม่ค่อยได้อ่ะ เพราะปกติเวลาทำงานหรืออ่านหนังสือจะต้องเคี้ยวอะไรอยู่ตลอด แต่แบบก็พยายามทำนะ แต่ก็ไม่ได้5555

ตอนนี้เราเรียนอยู่ที่โรงเรียน Lighthouse Christian Academy เป็นโรงเรียนเอกชนเล็กๆ แบบเป็น high school มีแค่4 ระดับชั้น ทั้งโรงเรียนมีนักเรียนอยู่ประมาณไม่ถึง 50 คน นั่นแหละค่ะ 50 คน อ่านไม่ผิด 55555 โรงเรียนเล็กมากๆ มีห้องเรียนอยู่ 4 ห้อง แบบเล็กจริงๆ แต่ก็อบอุ่นดีนะ เพื่อนทุกคนเป็นกันเองมาก แบบพอเค้าเห็นเราเป็นเด็กใหม่อะไรงี้เค้าก็จะเข้ามาทัก เข้ามาชวนคุย เด็กในโรงเรียนก็รู้จักกันหมดทุกคน คือด้วยความที่โรงเรียนมันเล็กด้วยแหละเลยสนิทๆกัน แล้วเวลาที่มีดราม่าอะไร ทุกคนก็จะรู้กันหมดเลย5555 นักเรียนที่นี่ก็แบบ หลากหลายสัญชาติมาก มีมาจาก เม็กซิโก แอฟริกา ตุรกี ไนจีเรียก็มี ฝั่งเอเชียก็มี จีน เกาหลี ไทย ญี่ปุ่น ประเทศละคนสองคน ลูกครึ่งไทยก็มี แต่พูดไทยไม่ได้55555 คุณครูก็โอเคนะ มีครูอยู่ไม่กี่คนแต่ครูทุกคนน่ารักมาก สอนดี ไม่ดุ แล้วก็เป็นกันเองกับนักเรียนมาก สรุปสั้นๆคือครูดี55555

ตารางเรียนที่โรงเรียนแต่ละวันจะเรียนเหมือนกันหมดเลย เริ่มเรียนเวลา 9 โมง เรียนไบเบิ้ลคาบแรก 30 นาที อันนี้จะเป็นเรียนรวมทั้งโรงเรียน หลังจากไบเบิ้ลก็แยกกันไปตามห้อง เรียนวิชาหลักแค่ 2 วิชา วิชาละชั่วโมงครึ่งค่ะ คือเรียนน้อยมาก แต่เวลาเรียนยาวมาก 55555 แล้วก็จะมีวิชาเลือกให้เลือกเรียน เราก็เลือกเอาเลยค่ะว่าอยากเรียนอะไร เค้าจะมีตารางมาให้ว่าเรียนอะไรวันไหน ก็เลือกได้หลายวิชาแล้วดูตารางอย่าให้มันชนกัน วิชาที่เราเลือกเรียนก็จะมี กอล์ฟ ทำหนังสือรุ่น ติวสอบ SAT แล้วก็พิลาทิส จริงๆวิชาเลือกมีอีกนะ มีเยอะเลย พวกแบบกีต้าร์ ทำหนังทำคลิปอะไรแบบนี้ก็มี แล้วก็ที่โรงเรียนจะเคร่งเรื่องโทรศัพท์มาก อยู่ในคาบเรียนห้ามใช้โทรศัพท์เลย ที่โรงเรียนห้ามพกหูฟังไปด้วย คือถ้าพกไปแล้วครูใหญ่เห็นคือโดนยึดเลย 5555

โรงเรียนเราด้วยความที่เป็นโรงเรียนเอกชน ก็เลยต้องใส่ยูนิฟอร์ม ยูนิฟอร์มไม่ได้มีอะไรเคร่งเหมือนที่ไทยนะ แค่แต่งตามแพทเทิร์นของโรงเรียน แบบสีขาว กรม หรือกากี แค่นี้เลย จะไม่ได้มีอะไรที่เป้ะๆตายตัวแบบที่ไทย แต่ก็จะมีบางทีที่ครูจะเคร่งถ้าใส่เสื้อสีอื่น เหมือนบางทีมีนักเรียนใส่แจ็คเก็ตสีดำไปโรงเรียน ถ้าครูใหญ่เห็นก็โดนยึดอีกนั่นแหละ แต่ถ้าครูคนอื่นเห็นก็ไม่เป็นไร

อีกอย่างที่โรงเรียนเรามีมากกว่าโรงเรียนอื่นก็น่าจะเป็นทริปของโรงเรียน ตั้งแต่เราเปิดเทอมอาทิตย์แรกก็มีทริปไป Tucson , Arizona 2 วัน 1 คืน อันนี้จะเน้นแบบไปโบสถ์ ไปแต่โบสถ์อย่างเดียวเลยค่ะทั้ง2วัน ไม่ได้ไปที่อื่นเลย5555 อีกทริปที่เราไปก็คือ Utah Ski Trip ทริปนี้จะเป็นช่วงกุมภาพันธ์ ไปอาทิตย์นึง ทริปนี้สนุกมาก เราเอ็นจอยมาก ได้ไปเล่นหิมะ มีไปเล่นสกี เล่นไอซ์สเก็ต แล้วก็ไปโบสถ์ แล้วเวลาไปทริปคือครูที่โรงเรียนก็แบบ เล่นกับเด็กแบบสนิทกันเหมือนเป็นเพื่อนกันเลย ตอนนั้นที่ไปเล่นหิมะกันแล้วเราเผลอปาหิมะใส่ครูใหญ่ พอตอนเราเผลอครูเอาหิมะมายัดใส่เสื้อหนาวเราแล้วก็ใส่โปะหิมะใส่หัว คือสนุกมากตลกมาก5555 ทริปนี้จะมีเวลาว่างมากกว่าทริปที่แล้ว แบบมีวันว่างหนึ่งวันคือให้เลือกว่าจะไปเล่นสกีอีกวันหรือถ้าไม่ไปก็ทำอะไรก็ได้ วันนั้นเราเลยไปดูหนังกับเพื่อน เพราะแถวๆโรงแรมมีโรงหนังมีร้านให้ช้อปปิ้งเยอะเลย แต่ทริปนี้ค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูงแต่ก็คุ้มมากอยู่นะ แบบได้สนิทกับเพื่อนเพิ่มด้วย คนที่ไม่ค่อยได้คุยกันไปทริปกลับมาก็คุยกันเยอะขึ้นเลย จริงๆมีอีกทริปเป็น rafting trip แต่อันนี้เราไม่ได้ไปเพราะมันแพง แล้วก็ไม่มีผู้หญิงไปเลย เราเลยไม่ไป 55555

กิจกรรมที่โรงเรียนเราจัดก็จะมี  Senior Dinner จะเป็นงานของรุ่นพี่ที่กำลังจะจบปีนี้ เป็นแบบคล้ายๆงานพรอมแต่ว่าไม่ใช่พรอมขนาดนั้น เหมือนมากินข้าวแบบงานเลี้ยงไรงี้ แล้วก็มีแจกรางวัลให้พี่ๆ แบบแจกขำๆสนุกๆ แล้วก็ให้ผู้ปกครองขึ้นมาพูดถึงลูกอะไรประมาณนี้ มีถ่ายรูปกันแล้วก็ปิดงาน หลังจากงานจบเราก็ไปเล่นโบว์ลิ่งต่อ กว่าจะกลับถึงบ้านก็ตี2 กว่าๆเลย ค่าเข้างานก็ประมาณ 40 ดอล ค่าโบว์ลิ่งอีกประมาณ 15 ดอล ช่วงนั้นเป็นช่วงที่เราเสียตังเยอะมาก เพราะนอกจากค่าเข้างานที่เราต้องจ่ายแล้วก็ยังมีค่าซื้อชุดซื้อรองเท้าอะไรแบบนี้อีก ช่วงนั้นเราล่มจมทางการเงินมากจริงๆ

เขียนเรื่องโรงเรียนไปเยอะมากเลย มาต่อเรื่องชีวิตความเป็นอยู่ที่นี่ละกัน หลายคนคงสงสัยว่าอยู่ต่างประเทศคนเดียวมีโฮมซิกบ้างมั้ย คิดถึงอาหารที่ไทยบ้างรึป่าว คือเราจะบอกว่า โฮมซิกจริงๆมันก็มีบ้างนะ แบบยังไงในช่วงที่เรามาอยู่ที่นี่มันก็ต้องมีบ้าง แต่มันไม่ได้เป็นตลอดนะ แค่แบบบางช่วงที่เราจะรู้สึกแบบคิดถึงบ้าน คิดถึงเพื่อนอะไรงี้ ส่วนเรื่องอาหารก็มีบ้างนะ แต่แบบเราจะคิดถึงอาหารพวกแบบ เอ็มเค เปปเปอร์ลั้นช์ บาบีคิวพลาซ่า บอนชอนอะไรแบบนี้มากกว่า ถ้าเป็นอาหารไทยเราจะเฉยๆเพราะแถวๆนี้มีร้านอาหารไทยเยอะอยู่ แล้วเราไปกินบ่อยมากเพราะเมทจีนเราชอบกิน555555

เรื่องเพื่อนที่นี่ ตอนแรกที่มาก็แอบกังวลนิดนึงว่าแบบเราจะเข้ากับคนที่นี่ได้มั้ยอะไรงี้ แต่พอมาจริงๆก็โอเคเลยนะ แต่มันก็จะไม่รู้สึกสนิทเหมือนเพื่อนที่ไทยอ่ะ แบบบางทีก็รู้สึกว่าแบบอโลนนิดๆ เพื่อนเราที่คุยกันเยอะๆก็เป็นเพื่อนเกรด 11 นี่แหละ เรียนด้วยกันแล้ววิชาเลือกก็เลือกเหมือนกันก็เลยสนิทกันไปเลย กินข้าวก็กินด้วยกัน เอาจริงๆเวลาคุยก็คุยกันอยู่แค่นี้แหละ ก็รู้สึกสนิทอยู่นะ แต่มันก็จะมีบางทีอีกนั่นแหละที่เรารู้สึกแบบโดนทิ้งไรงี้5555 แต่อยู่ไปเรื่อยๆก็โอเคอยู่ ค่อยๆปรับไป

เรื่องเทศกาลต่างๆ ช่วงฮาโลวีนเด็กๆก็จะแต่งตัวกัน แล้วก็เดินไปขอขนมขอลูกอมอะไรแบบนี้ ตอนนั้นโฮสพาเราไปแถวๆบ้านยาย ตรงนั้นจะคึกคักอยู่ แต่ละบ้านก็จะตกแต่งไฟกันอลังมากจริงๆ

ช่วงคริสต์มาส โฮสเราพาไปดูไฟ แบบทั้งถนนนั้นตกแต่งบ้านกันทุกหลังเลย คนเยอะมากด้วย เดินไม่ดีก็หลงอ่ะ5555 แล้วก็จะมีไปกินข้าวกับครอบครัวโฮส เหมือนแบบรวมญาติอะไรงี้ มีให้ของขวัญกัน คือเค้าให้กันแบบยิ่งใหญ่มากเว่อ ได้ของเยอะอยู่ แต่เราก็เสียตังเยอะกับของที่ซื้อให้คนอื่นเหมือนกัน55555

ช่วงวาเลนไทน์เราไม่มีอะไรมากนะ แต่โฮสให้ช็อคโกแลตมาแล้วก็การ์ดส่วนอีสเตอร์ก็ไปบ้ายยายแล้วก็ไปกินข้าวกัน มีให้เด็กๆในหาไข่อีสเตอร์กัน แล้วเราก็ได้ช้อคโกแลตมาเพิ่มอีกนั่นแหละ จนจะกลับแล้วเรายังกินไม่หมดเลย

การปรับตัวตอนมาอยู่ที่นี่ ช่วงแรกๆก็จะเหนื่อยนิดนึงนะ แบบมันเป็นช่วงที่เราจะเอ๋อๆอ๊องๆนิดนึง ก็ต้องใช้เวลา แต่เราว่าก็ไม่นานนะ พยายามทำตัวให้กลมกลืนกับคนที่นี่ แบบเค้าทำอะไรเราก็ดูเค้าว่าแบบ เอออันนี้ทำแบบนี้นะ อะไรประมาณนี้ ตอนแรกๆอาจจะมีฟังเพื่อนไม่ค่อยรู้เรื่องบ้าง พูดไม่ค่อยรู้เรื่อง ก็ค่อยๆปรับไปค่ะ เวลาเราคุยกับเพื่อนหรือนั่งอยู่ในวงที่เพื่อนคุยกัน บางทีเราก็ฟังไม่ออกค่ะ เพื่อนหัวเราะเราก็หัวเราะด้วย5555

ถ้าพูดถึงชีวิตความเป็นอยู่รวมๆตอนอยู่ที่นี้ก็มีดีบ้างไม่ดีบ้างแล้วแต่ช่วง เราอยู่นี่มาจนใกล้กลับแล้วยังไม่รู้สึกว่าสนิทกับโฮสเลย ช่วงแรกๆที่เรามาก็จะนั่งกินข้าวเย็นด้วยกัน ทุกวันศุกร์ก็จะเล่นเกมส์กันอะไรงี้ แต่หลังจากเดือนสองเดือนแรกก็ไม่ค่อยได้คุยกันเท่าไหร่ โฮสเราก็ดูงานยุ่งแล้วก็ต้องเลี้ยงลูกด้วยก็เลยไม่ค่อยได้ใช้เวลาด้วยกัน ไม่ค่อยได้ไปไหนด้วยกัน แต่เรารู้สึกว่าเราโชคดีที่ได้อยู่เมืองนี้นะ เพราะว่าที่เที่ยวเยอะ แล้วก็อยู่ไม่ไกลจากดาวทาวน์มาก คือเราสามารถเที่ยวเองได้ตลอด นั่งรถเมล์บ้าง อูเบอร์บ้างแล้วแต่สถานที่ที่ไป

ตอนนี้เราก็อยู่มาประมาณ 9 เดือนแล้ว อีกแปปเดียวก็จะกลับแล้ว ความรู้สึกตอนนี้คือเริ่มไม่อยากกลับ5555 อยู่ที่นี่เวลาผ่านไปเร็วมากจริงๆ ยังรู้สึกเหมือนพึ่งมาถึงที่นี่ แต่แบบก็จะต้องกลับแล้ว ใครที่อ่านอยู่แล้วกำลังตัดสินใจจะไปแลกเปลี่ยนอยู่ เราเชียร์ให้ไปนะ การมาแลกเปลี่ยนทำให้เราโตขึ้นมาก มีความรับผิดชอบมากขึ้น แล้วก็ได้ประสบการณ์อะไรใหม่ๆที่เราหาไม่ได้ที่ไทย ได้รู้จักเพื่อนใหม่ๆ ได้รับรู้เข้าใจมุมมองอีกมุมมองนึง เราแนะนำจริงๆ ไม่ว่าแลกเปลี่ยนประเทศอะไร เราเชื่อว่าการตัดสินใจไปแลกเปลี่ยน เป็นการตัดสินใจที่ดีจริงๆนะ จนถึงตอนนี้เรายังไม่รู้สึกเสียใจเลยที่มาตามที่แม่บังคับ55555 บางทีอยู่ที่นี่มันอาจจะเหงาบ้างอะไรบ้าง แต่มันทำให้เราอยู่ได้ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องพึ่งใครอ่ะ ยกเว้นต้องขอเงินแม่55555 เอ้อ แล้วเวลาเราจะซื้อของอะไรที่นี่ ราคามันไม่ได้ตามป้ายนะ ต้องบวกภาษีเพิ่มไปจากราคาที่ติดไว้ ส่วนเรื่องภาษีอันนี้ก็แล้วแต่รัฐ แต่ของเรา 10 เปอร์เซ็นต์ค่ะ คือมันแพงมากเลย

สุดท้ายนี้ก็ขอบคุณทุกคนที่อ่านมาจนจบนะคะ หวังว่าทุกคนได้อะไรจากการแชร์ประสบการณ์ของเรานะ ถ้าเราเขียนงงหรือมีข้อผิดพลาดก็ขออภัยด้วยนะคะ ใครมีคำถามหรือสงสัยอะไรก็ทักมาถามเราได้นะ เรายินดีตอบค่าา

ig: kkanyawee_

Tags: , ,

Leave a Reply

css.php
Menu Title